คำนิยามของการแบ่งแยกกฎหมาย
กฎหมายคืออะไร
โดยทั่วไปกฎหมายแบ่งออกได้เป็นหลายความหมาย มันไม่ใช่มีเพียงความหมายเดียวหรือเป็นคำนิยามที่แน่นนอนเป็นการเฉพาะ อย่างไรก็ตามกฎหมายย่อมประกอบไปด้วยกฎและหลักการซึ่งควบคุมความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับรัฐ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ได้สร้างขึ้นเพื่อก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ซึ่งถ้าเราสามารถยึดตามหลักการเหล่านี้ได้ เราก็สามารถหลีกเลี่ยงความบาดหมางและปัญหาต่าง ๆ ได้ ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึงการประกอบกิจการธุรกิจด้วย
ประวัติความเป็นมาของกฎหมาย
เป็นที่รู้กันดีว่าเรามีกฎหมายใช้กันมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลแล้ว มนุษย์ซึ่งอยู่ในสังคมเป็นสัตว์สังคมเป็นสัตว์สังคมซึ่งอยู่กันมากมายหลายเชื้อชาติ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องใช้กฎหมายในการควบคุมพฤติการณ์ต่าง ๆ ของมนุษย์ และหนทางที่ดีที่สุดของการศึกษากฎหมายประวัติศาสตร์ของพวกเรา อาจจะต้องมองย้อนกลับไปสู่อดีตโดยดูที่ระบบกฎหมายเก่า ๆ ของโลก เช่น กฎหมายฮิบรู กฎหมายกรีก หรือกฎหมายโรมันเป็นต้น
แหล่งกำเนิดของกฎหมายฮิบรูคือ บทบัญญัติ 10 ประการ ส่วนระบบกฎหมายของกรีกนั้นจะเน้นไปที่หลักการของความเป็นประชาธิปไตย และถึงแม้ว่ากรีกจะไม่มีการฝึกฝนผู้พิพากษาหรือทนายความ การพิจารณาจะมีขึ้นโดยการเลือกคณะลูกขุนเพื่อมาดำเนินการพิจารณาคดีต่าง ๆ โดยการเลือกมาจากประชาชนทั่วไป ซึ่งกฎหมายระบบนี้มีความแตกต่างจากกฎหมายโรมัน ซึ่งมีการบัญญัติกฎหมายไว้เป็นลายลักษณ์อักษรคือมีการกำหนดกฎหมายไว้ตายตัวเป็นการเฉพาะไว้เป็นหนังสือ ทำให้กฎหมายโรมันยังคงปรากฏตราบเท่าทุกวันนี้ โรมันมีอิทธิพลมากในทากฎหมายซึ่งทำให้นานาอารยประเทศในสหภาพยุโรปเช่น ฝรั่งเศส เยอรมัน อิตาลี นำกฎหมายโรมันมาใช้เป็นกฎหมายภายในของประเทศตน นอกจากนั้นบางประเทศในแถบทวีปเอเชีย แอฟริกา แม้กระทั่งละตินอเมริกาก็ยังใช้ระบบกฎหมายโรมันเป็นแนวทางจัดทำปรับปรุงกฎหมายต่างๆ
การแบ่งประเภทกฎหมาย
กฎหมายแบ่งออกเป็นหลายรูปแบบ เช่น1.กฎหมายระบบ Civil law และ Common law
กฎหมายระบบซีวิลลอว์ได้รับอิทธิพลมาจากกฎหมายโรมัน กฎหมายโรมันมีการบัญญัติกฎหมายไว้เป็นลายลักษณ์อักษรแล้วนำมารวบรวมเข้าเป็นประมวลกฎหมาย ตัวอย่างเช่น ในประเทศฝรั่งเศสมีการจัดทำประมวลกฎหมายขึ้นใช้ครั้งแรกเรียกว่า ประมวลกฎหมายนโปเลียน ซึ่งระบบกฎหมายนี้มีความแตกต่างจากระบบกฎหมายคอมมอนลอว์อย่างมาก ซึ่งระบบนี้จะไม่อิงกฎหมายตามฝ่ายนิติบัญญัติ แต่อาศัยตัวคำพิพากษาก่อน ๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับคดีที่มีความคล้ายคลึงกัน เป็นจารีตประเพณีทางศาล
2.
กฎหมายสาระบัญญัติและกฎหมายวิธีสบัญญัติกฎหมาสาระบัญญัติประกอบด้วย สิทธิและหน้าที่ของปัจเจกชน เจ้าหนี้ ลูกหนี้ตามสิทธิ ความเป็นสามีภรรยา หนี้ ครอบครัว เป็นต้น แต่ในส่วนของกฎหมายวิธีสบัญญัติ จะเน้นในเรื่องของการบังคับ คือ การบังคับให้เป็นไปตามกฎหมายสาระบัญญัติ เช่นการบังคับคดี การจับกุมคุมขัง การระงับข้อพิพาทเป็นต้น
3.
กฎหมายมหาชน กฎหมายเอกชน และกฎหมายระหว่างประเทศ
กฎหมายมหาชน เป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างของรัฐ การดำเนินการระหว่างรัฐกับเอกชน เป็นเรื่องอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งนัยสำคัญของตัวกฎหมายนี้จะมีอยู่เหนือเอกชน
กฎหมายเอกชน จะเน้นความสัมพันธ์ระหว่างเอกชนกับเอกชนด้วยกัน เช่น กฎหมายเรื่องละเมิด ความรับผิดทางแพ่ง สัญญา เป็นต้น
กฎหมายระหว่างประเทศ เป็นเรื่องความสัมพัน์ระหว่างรัฐกับรัฐ เช่น การตกลงทำสนธิสัญญา ความตกลงระหว่างประเทศซึ่งมีบ่อเกิดมาจากกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างพ่อค้าและโดยอาศัยหลักทั่วไป